ขั้นตอนการติดตั้งอิฐแปะผนังดินเผา
ขั้นตอนการติดตั้งอิฐแปะผนังดินเผา

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนการติดตั้งอิฐแปะผนังภายในและภายนอกอาคาร

การออกแบบสถาปัตยกรรมเน้นการผสมผสานระหว่างความเป็นธรรมชาติและความทันสมัยอิฐแปะผนัง (หรือกระเบื้องดินเผาแปะผนัง) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในวัสดุตกแต่งยอดนิยมที่ช่วยเปลี่ยนโฉมผนังปูนธรรมดาให้มีมิติ เรียบหรูและแฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบลอฟท์หรือคลาสสิก ข้อดีของวัสดุชนิดนี้ก็คือการให้รูปลักษณ์และผิวสัมผัสเสมือนการก่ออิฐโชว์แนวแท้ๆ แต่มีน้ำหนักที่เบากว่ามาก ประหยัดพื้นที่ใช้งานเพราะเป็นวัสดุตกแต่งที่มีความหนาน้อยกว่าอิฐก่อทั่วไป และไม่จำเป็นต้องก่อผนังอิฐเต็มความหนาเหมือนผนังก่อโชว์แนว อีกทั้งยังติดตั้งได้ง่ายกว่า และไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในห้องนั่งเล่น ร้านกาแฟหรือการกรุผนังภายนอกอาคาร ก็สามารถทนทานต่อสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตามเพื่อให้อิฐแปะผนังดินเผามีความสวยงามคงทน ไม่หลุดร่อนและสามารถทำหน้าที่ปกป้องโครงสร้างอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม ขั้นตอนการติดตั้งอิฐแปะผนังภายในและภายนอกอาคารอย่างถูกวิธีด้วย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้ขั้นตอนการติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้ผนังสวยงาม แข็งแรง และใช้งานได้ยาวนาน

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนติดตั้งอิฐแปะผนัง

วัสดุตกแต่งผนังที่ผลิตจากดินเผาสามารถติดตั้งบนผนังปูนสำเร็จรูป ผนังคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐได้โดยตรง ช่วยลดน้ำหนักโครงสร้างและประหยัดพื้นที่ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร อีกทั้งยังมีหลากหลายขนาดและรูปแบบให้เลือกตามสไตล์การออกแบบ ซึ่งมีอุปกรณ์สำคัญในการติดตั้ง ได้แก่

ก่อนเริ่มงานติดตั้ง ควรเตรียมอุปกรณ์ดังนี้

  • อิฐแปะผนัง (หรือกระเบื้องดินเผาแปะผนัง) 
  • ปูนกาวซีเมนต์ (เลือกเกรดที่เหมาะสำหรับงานภายนอก/ภายใน หรือแผ่นดินเผาโดยเฉพาะ)
  • ปูนยาแนว สำหรับงานอิฐโชว์แนว
  • เกรียงหวี (สำหรับปาดปูนกาว) และเกรียงใบโพธิ์
  • เหล็กเซาะร่อง หรือเครื่องมือแต่งแนวร่องอิฐ
  • อุปกรณ์จัดแนว (Spacer) สายเอ็นวัดระดับและลูกหมุนวัดระดับ
  • ฟองน้ำ
  • ถังผสมปูน
  • น้ำยาป้องกันความชื้นหรือเคลือบใสกันซึม (เช่น น้ำยาประเภทอะคริลิก หรือ ไซเลน ไซล็อกเซน)

คู่มือ: ขั้นตอนการติดตั้งอิฐแปะผนังภายในและภายนอกอาคาร

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมพื้นผิวผนัง : นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาการหลุดร่อนในอนาคต ผนังที่จะทำการติดตั้งต้องมีความแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบไขมัน เศษปูนหรือสีเก่าที่ลอกล่อนและเรียบเสมอกัน เพราะการเตรียมพื้นผิวที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของปูนกาว และลดปัญหาอิฐแปะผนังหลุดร่อนในอนาคต

  • สำหรับผนังปูนใหม่: ต้องทิ้งให้ผนังเซ็ตตัวและแห้งสนิทอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ความชื้นสะสมระเหยออกหมดก่อน
  • สำหรับผนังปูนเก่าหรือผนังทาสี: ต้องขูดลอกสีเดิมออกให้มากที่สุดหรือทำการสกัดพื้นผิวให้เป็นรอยพรุนทั่วทั้งผืน เพื่อเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะให้กับปูนกาว
  • การตรวจสอบระดับ: ใช้ระดับน้ำตรวจเช็คความระนาบ หากผนังเป็นแอ่งหรือนูนมากเกินไป ควรฉาบปรับแต่งให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน

ขั้นตอนที่ 2 การวางแนวและกำหนดระยะ : ทำการวัดขนาดพื้นที่และขีดเส้นระดับอ้างอิงด้วยเต้าดีดแนวหรือสายเอ็น โดยกำหนดความกว้างของร่องยาแนว (ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1 - 1.5 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับดีไซน์สไตล์โบราณหรือโมเดิร์น) การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ทราบว่าต้องใช้อิฐแปะผนังในเศษส่วนเท่าใด และช่วยหลบมุมเสาหรือขอบหน้าต่างได้อย่างไรให้สวยงามสมมาตร

ก่อนเริ่มติดตั้งควรทำการวัดพื้นที่และกำหนดแนวอิฐให้ชัดเจน ดังนี้

  • ตีเส้นแนวนอนและแนวตั้ง
  • ขึงเอ็นควบคุมแนว
  • กำหนดตำแหน่งเริ่มต้นจากด้านล่างขึ้นด้านบน

ขั้นตอนนี้ช่วยให้ลวดลายของอิฐแปะผนังมีความสม่ำเสมอและลดปัญหาการตัดแต่งอิฐในช่วงท้ายของงาน

ขั้นตอนที่ 3 การผสมและปาดปูนกาวซีเมนต์ : ผสมปูนกาวตามสัดส่วนที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากันจนเนื้อเนียน จากนั้นใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวลงบนผนังเป็นแถวตามแนวนอน การใช้เกรียงหวีจะช่วยให้ความหนาของปูนเท่ากันทั่วทั้งผืน และข้อสำคัญที่เป็นเทคนิคของผู้เชี่ยวชาญคือต้องปาดปูนกาวบาง ๆ ไล้ที่หลังแผ่นอิฐแปะผนังด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีช่องว่างหรือโพรงอากาศเหลืออยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำซึมเข้าและดันให้อิฐหลุดร่อนในงานภายนอก

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรปาดปูนกาวพื้นที่กว้างเกินไปในครั้งเดียว
  • ควรติดตั้งอิฐภายในเวลาที่ปูนยังไม่แห้ง
  • สำหรับงานภายนอกควรเลือกปูนกาวที่มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน และยึดเกาะสูง

ขั้นตอนที่ 4 การแปะแผ่นอิฐและจัดร่องแนว : กดแผ่นอิฐแปะผนัง ลงบนปูนกาวตามเส้นแนวที่กำหนดไว้ โดยใช้ค้อนยางเคาะเบา ๆ ให้เนื้อปูนกาวกระจายตัวเต็มหลังแผ่น ใช้อุปกรณ์จัดแนวหรือลิ่มพลาสติกคั่นระหว่างก้อนเพื่อควบคุมความกว้างของร่องให้สม่ำเสมอ หมั่นใช้ระดับน้ำเช็คความตรงของแถวอยู่เสมอ และรีบเช็ดปูนกาวที่อาจล้นออกมาเลอะหน้าแผ่นอิฐออกทันทีก่อนที่ปูนจะแห้งแข็ง

ข้อแตกต่างสำคัญ: งานภายใน VS งานภายนอกอาคาร

  • งานภายในอาคาร: เน้นความสะอาดและการเลือกใช้ปูนกาวที่ไม่มีกลิ่นฉุน รวมถึงการออกแบบร่องยาแนวที่ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมฝุ่นภายในบ้าน
  • งานภายนอกอาคาร: ต้องเผชิญกับแสงแดด รังสี UV และฝนโดยตรง จึงจำเป็นต้องใช้ปูนกาวซีเมนต์ชนิดยืดหยุ่นสูงเกรดพรีเมียม ที่รองรับการขยายและหดตัวของโครงสร้างจากความร้อนสภาพอากาศเมืองไทยได้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้อิฐแปะผนังแตกหักหรือหลุดร่อนลงมาเป็นอันตราย

เทคนิคสำคัญ

  • กดอิฐให้แนบสนิทกับปูนกาว
  • เว้นร่องยาแนวให้สม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบระดับทุกระยะ
  • เช็ดคราบปูนส่วนเกินออกทันที

หากเป็นอิฐดินเผาบางประเภท อาจต้องพรมน้ำหรือแช่น้ำก่อนติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของปูนกาว

ขั้นตอนที่ 5 การลงปูนยาแนวและการแต่งร่อง (Grouting & Jointing): หลังจากติดตั้งแผ่นอิฐแปะผนังเสร็จสิ้นแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ปูนกาวแห้งสนิท จากนั้นจึงทำการหยอดปูนยาแนวลงในร่อง โดยอาจใช้ถุงบีบยาแนวเพื่อความสะดวกและไม่เลอะเทอะ เมื่อปูนยาแนวเริ่มหมาด (แต่ยังไม่แห้งสนิท) ให้ใช้เหล็กแต่งร่องหรือแต่งแนวเซาะรูด เพื่อให้ได้ร่องที่ลึก สวยงาม เรียบเนียนและช่วยอัดเนื้องานยาแนวให้แน่นหนาขึ้น ป้องกันน้ำและแมลงเข้าไปสะสมด้านใน เพื่อความสวยงามควรเลือกสีของยาแนวให้เข้ากับสไตล์การตกแต่ง 

ขั้นตอนที่ 6 การทำความสะอาดและการเคลือบผิว (Cleaning & Sealing): ใช้แปรงขนอ่อนหรือฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ ทำความสะอาดคราบฝุ่นปูนบนหน้าแผ่นอิฐแปะผนัง ออกให้หมด ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทอย่างน้อย 7 วัน จากนั้นจึงทาหรือพ่นด้วย น้ำยาเคลือบใสกันซึม

  • สำหรับงานภายนอก: แนะนำน้ำยาประเภทไซเลน ไซล็อกเซน ซึ่งจะซึมลึกเข้าสู่เนื้อดินเผาโดยไม่เปลี่ยนสีผิววัสดุ ช่วยป้องกันการเกิดคราบตะไคร่น้ำ คราบเกลือและเชื้อรา
  • สำหรับงานภายใน: สามารถใช้น้ำยาเคลือบเงาหรือเคลือบด้านตามความชอบเพื่อช่วยให้เช็ดทำความสะอาดฝุ่นในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

ข้อดีของการเคลือบผิว

ข้อควรระวังในการติดตั้งอิฐแปะผนังภายนอกอาคาร

เนื่องจากผนังภายนอกต้องเผชิญกับสภาพอากาศโดยตรง จึงควรคำนึงถึงปัจจัยเพิ่มเติม ได้แก่

  • ใช้ปูนกาวคุณภาพสูงสำหรับงานภายนอก
  • เว้นร่องขยายตัวในพื้นที่ขนาดใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งในช่วงฝนตกหนัก
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาผนังเป็นประจำ

การตกแต่งอาคารด้วยอิฐแปะผนัง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมอบความงามอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะติดตั้งภายในเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง หรือติดตั้งภายนอกเพื่อเพิ่มความโดดเด่นและโอ่อ่าให้แก่อาคาร หัวใจสำคัญที่จะทำให้ผนังนี้สวยงามคงทนอยู่คู่บ้านไปอย่างยาวนาน คือความประณีตในทุกขั้นตอนการติดตั้ง ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิวที่ถูกต้อง การเลือกสรรเกรดปูนกาวและปูนยาแนวที่เหมาะสมกับสภาพหน้างาน ตลอดจนการเคลือบปกป้องผิวในขั้นตอนสุดท้าย หากละเลยขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป อาจนำมาซึ่งปัญหาการหลุดร่อนและคราบสกปรกที่แก้ไขได้ยากในภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. อิฐแปะผนังสามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคารหรือไม่?

คำตอบ: ได้ เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยควรเลือกประเภทอิฐและปูนกาวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน สำหรับงานภายนอกควรเลือกวัสดุที่ทนต่อความชื้น แสงแดดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น


2. จำเป็นต้องเคลือบผิวอิฐแปะผนังหลังติดตั้งหรือไม่?

คำตอบ: สำหรับงานภายในอาคารอาจไม่จำเป็นเสมอไป แต่สำหรับงานภายนอกอาคารแนะนำให้เคลือบผิวด้วยน้ำยาป้องกันความชื้นหรือสารเคลือบผิวเฉพาะทาง เพื่อช่วยลดการดูดซึมน้ำ ป้องกันคราบสกปรก เชื้อราและช่วยรักษาสีสันของอิฐแปะผนังให้สวยงามได้นานขึ้น


3. อิฐแปะผนังแตกต่างจากการก่ออิฐโชว์แนวอย่างไร?

คำตอบ: อิฐแปะผนังเป็นวัสดุตกแต่งที่มีความบางและน้ำหนักเบากว่าอิฐก่อทั่วไป สามารถติดตั้งบนผนังสำเร็จรูปได้โดยไม่เพิ่มภาระให้กับโครงสร้างมากนัก ขณะที่การก่ออิฐโชว์แนวเป็นการก่อสร้างผนังจริงด้วยอิฐทั้งก้อน ซึ่งใช้พื้นที่และน้ำหนักโครงสร้างมากกว่า แต่ให้ความแข็งแรงและมิติของผนังที่แตกต่างกัน


หากคุณกำลังมองหาอิฐแปะผนังคุณภาพสูง M-Bricks มีผลิตภัณฑ์หลากหลายสไตล์ที่ช่วยเติมเอกลักษณ์ให้กับงานตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมความสวยงามแบบธรรมชาติและความทนทานในระยะยาว นอกจากนั้นเรายังมีสินค้าอื่น ๆ เช่น อิฐโชว์แนว กระเบื้องดินเผา บล็อกช่องลมและวัสดุตกแต่งผนังที่ตอบโจทย์งานออกแบบสถาปัตยกรรมได้อย่างครบวงจร เลือกสรรวัสดุตกแต่งคุณภาพจาก M-Bricks เพื่อสร้างพื้นที่ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์และสะท้อนสไตล์ที่เป็นคุณได้อย่างลงตัวในทุกโครงการ